
walaiman
12 พ.ย. 46
เวลา 22:55:54
|
ลองดูข้อมูลที่เปรียบกันดังนี้นะครับ 1. ชาใบหม่อน เป็นชาสมุนไพรที่มีคุณค่ามากต่อร่างกาย มีบันทึกการใช้ชาใบหม่อนในตำรับจีนโบราณ กล่าวถึงการดื่มชาใบหม่อนตากแห้งที่เรียกว่า "Shinsen Tea" เป็นประจำจะมีผลดีในการรักษาโรคไอ ไอกรน ป้องกันโรคความดันสูงและมีคุณสมบัติเป็นยาบำรุง ปัจจุบัน มีการศึกษาเกี่ยวกับสรรพคุณของใบหม่อนในหลายประเทศ พบสรรพคุณของใบหม่อนมากมายเช่น - พบว่าในใบหม่อนมีสาร GABA (gamma amino butyric acid) ช่วยลดความดันโลหิต ซึ่งพบว่าใบหม่อน 100 กรัม มีสาร GABA ถึง 230 มก. - สาร Phytosterol ช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอล ป้องกันการจับตัวของลิ่มเลือด จึงช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ในใบหม่อน 100 กรัม มีสาร sitosterol ซึ่งเป็นสาร Phytosterol ชนิดหนึ่งอยู่ 46 มก. มากกว่าในชาเขียว 3.3 เท่า - มีสาร Deoxynojirimycin ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งมีอยู่ 0.1% ในใบหม่อนแห้ง ซึ่งสารนี้มีอยู่เฉพาะในใบหม่อนเท่านั้น ออกฤทธิ์ในการยับยั้งเอนไซม์ที่ย่อยสลายน้ำตาลจากลำไส้ ทำให้สารนี้มีผลลดระดับน้ำตาลในเลือด เป็นประโยชน์สำหรับป้องกันโรคเบาหวาน และสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานอยู่แล้ว มีรายงานว่าสารสกัดจากใบหม่อนมีฤทธิ์ยับยั้งการก่อกลายพันธ์(ต้านมะเร็ง) ในสัตง์ทดลองได้ ตามตำราสมุนไพรจีน มีบันทึกใช้ใบหม่อนต้มดื่มรักษาโรคความดันโลหิตสูง และใช้ดื่มเป็นประจำแทนน้ำชา เพื่อบำรุงร่างกาย ใบหม่อนยังมีแร่ธาตุโดยรวมสูง กล่าวคือมีแคลเซียม โปแตสเซียม โซเดียม แมกเนเซียม เหล็ก สังกะสี วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินซี สูงมาก รวมทั้งยังมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายถึง 18 ชนิด ใบหม่อนมีคาเฟอีนต่ำมาก คือ พบเพียง 0.01% หรือไม่พบเลย จึงเป็นเครื่องดืมที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ชาใบหม่อนจึงเป็นสมุนไพรที่มีคุณค่ามากและ ควรรับประทานเป็นประจำเพื่อสุขภาพที่ดี ป้องกันโรคร้ายหลายชนิด ใบหม่อนยังเป็นพืชที่ต้องปลูกโดยไร้สารพิษ เพราะตามปกติจะไม่มีโรคและแมลงรบกวน แมลงที่จะกินใบหม่อนก็คือ ตัวไหมเท่านั้น ซึ่งตัวไหมหากกินใบหม่อนที่มีสารพิษ ก็จะตาย ดังนั้นใบหม่อนจึงต้องปลูกแบบไร้สารพิษตามธรรมชาติ ชาใบหม่อน อีสเทอร์น เฮิร์บ คัดสรรใบหม่อนพันธ์ดี ซึ่งพัฒนาพันธ์โดยกรมวิชาการเกษตร(บร.60) ปลูกแบบไรสารพิษ ผ่านกระบวนการผลิตด้วยเครื่องจักรทันสมัย ให้รสชาดที่หอม ชุ่มคอ ชวนดื่ม เหมือนกับชาชั้นดี แต่ยังคงคุณค่าสารออกฤทธิ์ในสมุนไพรไว้อย่างครบถ้วน จึงเป็นเครื่องดืมบำรุงสุขภาพได้ทุกวันสำหรับทุกคนในครอบครัว
2. ชาสมุนไพร มะขามแขก เป็นยาระบาย มะขามแขกมีสาร antraquinone หลายชนิด ได้แก่ เซนโนไซด์ เอ บี ซี และ ดี อีโมดิน และ เรอิน เป็นต้น ออกฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของลำใส้ใหญ่ จึงช่วยให้ขับถ่ายสะดวกขึ้น
3.ชาเม็ดชุมเห็ดไทย ช่วยให้นอนหลับ บำรุงประสาท คลายเครียด นอกจากคุณสมบัติช่วยทำให้นอนหลับแล้ว ในเมล็ดชุมเห็ดไทยยังมีสารจำพวกแอนทราควิโนน กลัยโคไซด์ ซึ่งมีผลให้ช่วยระบายอ่อนๆจึงเป็นชาสมุนไพรที่ทำให้กินได้ ถ่ายคล่อง นอนหลับสบาย ซึ่งเป็นจุดสำคัญของการมีสุขภาพที่แข็งแรง
4.ชาเกสรดอกคำฝอย มีสรรพคุณ ขับระดู บำรุงประสาท บำรุงหัวใจ ขับเหงื่อ ระงับประสาท แก้ไขข้ออ้กเสบ แก้หวัดน้ำมูกไหล ระงับอาการปวดรอบเดือน ลดไขมันในเส้นเลือด บำรุงโลหิตและน้ำเหลืองให้ปกติ มีการทดลองกับอาสาสมัครที่มีระดับคลอเลสเตรอลสูง ให้ดื่มชาดอกคำฝอยเป็นประจำ พบว่าเมื่อดื่มไประยะหนึ่ง(ประมาณ 3 เดือน) สามารถลดระดับคลอเลสเตอรอลลงให้อยู่ในระดับปกติ หรือใกล้เคียงปกติได้
5.ชาหญ้าหนวดแมว สรรพคุณ ขับปัสสาวะ แก้นิ้ว ลดความดันโลหิต ลดน้ำตาลในเลือด การทดลองทางคลีนิค พบว่าหญ้าหนวดแมวมีสรรพคุณเพิ่มปริมาณปัสสาวะและเร่งการขับถ่ายคลอไรด์ และยูเรียที่อยู่ในปัสสาวะ มีฤทธิ์เร่งการขับ oxalate และ citrate ออกมาในปัสสาวะจึงเป็นผลดีต่อการลดความเสี่ยงของการเกิดนิ่วชนิด uric acid และโรคเกาต์ การรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานาน ไม่พบพิษ แต่ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยโรคหัวใจเพราะหญ้าหนวดแมวมีสารโปแตสเซียมอยู่ในปริมาณสูง ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้
6.ชาเหงือกปลาหมอ เหงือกปลาหมอ มีสรรพคุณ รักษาโรคภูมิแพ้ หวัดเรื้อรัง หืดหอบ น้ำเหลืองเสีย ชลอความชรา เป็นยาอายุวัฒนะ ต้นเหงือกปลาหมอ บางท่านที่ทานอาจมีอาการแพ้ ทำให้มีอาการวิงเวียน เมื่อเริ่มทานควรชงทานแบบจางๆ หากไม่มีอาการแพ้ก็ค่อยๆทานตามปกติต่อไป แต่หากมีอาการให้หยุดทาน และห้ามใช้ในผู้มีอายุต่ำกว่า 25 ปี เพราะเหงือกปลาหมอเป็นยาร้อน วิธีใช้ ชงกับน้ำร้อน รับประทานขณะอุ่น(หากทานเพื่อรักษาโรค ควรทานต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน)
7.ชากาฝากมะม่วง กาฝากมะม่วง มีสรรพคุณแก้ปวดศีรษะ รักษาโรคความดันสูง เบาหวาน การทดสอบด้านพิษในสุนัข และหนูโดยให้ยาในขนาดสูงๆไม่พบพิษ
8.ชาอินทนินน้ำ อินทนิลน้ำมีสรรพคุณ ลดน้ำตาลในเลือด รักษาเบาหวาน ขับปัสสาวะ
9.ชาเกสรดอกไม้ทั้งห้า เกสรดอกไม้ทั้งห้า มีสรรพคุณ บำรุงหัวใจ ให้ชุ่มชื่น แก้ใจสั่น อ่อนเพลีย ทำให้กระชุ่มกระชวย ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันแก่ร่างกาย บรรเทาอาการภูมิแพ้ ชาเกสรดอกไม้ทั้งห้า เป็นชาที่มีรดชาดดียิ่งนัก มีกลิ่นหอมของเกสรดอกไม้ มีความหวานจากเกสรดอกไม้ตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาไทยโบราณที่น่าทึ่งและน่ายกย่องเป็นอย่างยิ่งที่มีการนำเกสรดอก 5 ชนิดมาทำยารักษาโรค เมื่อได้ดื่มเพียงจิบแรกจะรู้สึกได้ถึงความปลอดโปร่ง สบาย ชุ่มชื่นหัวใจ อาการเครียด ปวดแน่นหน้าอก ใจสั่น วิงเวียน อ่อนเพลีย เหนื่อยหน่าย จะหายไปและเมื่อดื่มต่อเนื่องระยะหนึ่ง จะสามารถบรรเทาอาการของโรคภูมิแพ้ได้ด้วย ซึ่งเป็นกลไกในการปรับระบบภูมิคุ้มกันร่างกายจากคุณค่าของสมุนไพร
10.ชารางจืด รางจืดมีสรรพคุณถอนพิษ แก้ไข ถอนพิษยาเบื่อเมา แก้ร้อนในกระหายน้ำ ประจำเดือนไม่ปกติ รางจืดยังช่วยขจัดสารพิษตกค้างในร่างกาย มีการศึกษาพบว่าสามารถขจัดสารพิษยาฆ่าแมลงที่ตกค้างในร่างกายที่ได้รับจากอากาศ มลภาวะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหาร มีการศึกษาพบว่ามีการปนเปื้อนสารพิษอยู่ในอาหารเกือบทุกชนิด เช่น สารบอแรกซ์ในเนื้อหมู ไก่ ยาฆ่าแมลง ในผัก ผลไม้ ที่เราได้รับอยู่ทุกวัน เป็นต้นฯลฯ. การศึกษาเกี่ยวกับพิษของรางจืดในหนู ปรากฏว่าไม่พบพิษแม้ได้รับในปริมาณมากเป็นเวลานานๆ จึงเป็นสมุนไพรที่ปลอดภัย
11.ชากวาวเครือแดง บำรุงกำลัง เป็นยาอายุวัฒนะ
12.ชาเจียวกู้หลาน เป็นพืชเถา ตระกูลหญ้าซึ่งในประเทศจีนใช้เป็นอาหารและยา ด้วยสรรพคุณที่สามารถบำรุงร่างกาย และรักษาโรคได้อย่างโสมคนหรือเหนือกว่า จึงได้รับฉายาเป็น โสมเจ็ดใบ (Seven leave ginseng) โดยในการใช้จะไม่ก่อให้เกิดอาการข้างเคียงเหมือนโสมคน ปัจจุบันมีการศึกษาเกี่ยวกับสรรพคุณของเจียวกู่หลานอย่างกว้างขวาง พบว่าเจียวกู้หลาน มีสรรพคุณหลายอย่างกล่าวคือ - มีสาร Saponins มากกว่า 80 ชนิด ซึ่งสารเหล่านี้พบในโสมคน(Ginseng)ที่ถือเป็นยาครอบจักรวาล บ้าง แตาในเจียวกู้หลานมรสารมากกว่าโสมคน จึงไม่น่าแปลกใจที่ เจียวกู้หลานจะสามารถรักษาโรคได้หลายชนิด - สามารถลดระดับคลอเลสเตอรอล และกำจัดไขมันที่เกาะตัวในเส้นเลือดได้ดี ซึ่งคุณสมบัตินี้ชัดเจนมาก - รักษาโรคความดันสูง ควบคุมระดับความดันโลหิตให้ปกติ - เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง (Strenghten immune system) - ช่วยเพิ่มอัตราการไหลเวียนของโลหิตและเมตาบอลิซึมของร่างกายและสมอง จึงช่วยเพิ่มความจำ ความฉลาด - ยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือด - ลดน้ำหนักและไขมันสะสมในร่างกาย โดยกระบวนการยับยั้งการเปลี่ยนแป้งและน้ำตาลเป็นไขมันสะสม และกระตุ้นเมตาบอลิซึมของร่างกาย - ช่วยขับปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะใสสะอาดและบำรุงไต - เพิ่มปริมาณน้ำอสุจิ จึงช่วยในเรื่องของสมรรถภาพและการมีบุตร - ป้องกันโรคมะเร็ง จากการทดลองในหนู - ลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยป้องกันและเป็นผลดีต่อผู้ป่วยเบาหวาน - ลดระดับไตรกลีเซอไรด์ และคลอเลสเตอรอล - เป็นสาร antioxidant ที่แรง จึงช่วยชลอความชรา ต้านมะเร็งและความเสื่อมของร่างกายและอวัยวะต่างๆ - สร้างความต้านทานของร่างกายต่อโรค จากผลการศึกษาแสดงถึงสรรพคุณอันน่ามหัศจรรย์ของเจียวกู้หลาน ในประเทศจีนมีการนำเจียวกู้หลาน มาทำเป็นชาชงดื่มมายาวนานแล้ว โดยเชื่อว่าทำให้ร่างกายแข็งแรง ต้านทานโรคได้ดี ไม่เจ็บป่วย สมรรถภาพร่างกายและทางเพศดี
13.ชาเขียว ชาเขียวมีรายงานจาก ม.แคนซัสในปี 1997 ว่า มีสารต้านอนุมูลอิสระ(antioxidant) ที่แรงกว่าวิตามินซี ถึง 100 เท่า แรงกว่าวิตามินอีถึง 25 เท่า ซึ่งช่วยป้องกันการถูกทำลายของเซลจากอนุมูลอิสระ จึงช่วยชลอความชราและต้านมะเร็ง รวมทั้งต้านโรคหัวใจได้ดี และยังช่วยบำรุงผิวพรรณป้องกันการถูกทำลายของผิวหนังจากแสงแดด และมลภาวะ ในชาเขียวมีสาร EGCG (epigallocatechin-3-gallate) สูงซึ่งสามารถฆ่าเซลมะเร็งและป้องกันมะเร็งได้ และยังมีวิตามินเอและอีสูง ช่วยบำรุงสายตาและบำรุงผิวพรรณ มีการศึกษาพบว่าผู้ที่ดื่มชาเขียวเป็นประจำมีอัตราการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง, ลำใส, ปอด, อวัยวะสืบพันธ์ต่างๆน้อยมาก ซึ่งเป็นที่สนใจของผู้ใส่ใจสุขภาพทั่วโลก
14.ชากำลังเสือโคร่ง เป็นชาที่มีรสชาดดีมาก หวานชุ่มคอ ทำให้กระชุ่ม กระชวย กระปรี้กระเปร่า จิตใจแจ่มใสได้ดีมาก กำลังเสือโคร่ง เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณบำรุงกำลัง ช่วยขับลมในลำไส้ บำรุงเส้นเอ็นให้แข็งแรง แก้ปวดเมื่อยตามร่างกายดีนัก ช่วยบำรุงธาตุ และเป็นยาอายุวัฒนะ |